ภาษาไทย
English

13 คำแนะนำโภชนาการที่ดีเพื่อทารกในครรภ์

อาหารที่เหมาะสมกับลูกในครรภ์

 

                เมื่อคุณแม่ทราบว่าตอนนี้มีอีกหนึ่งชีวิตเกิดขึ้นมาในตัวของเราแล้ว ไม่ว่าเราจะทำอะไร ทุกๆ อย่างจะส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ โดยเฉพาะอาหารที่แม่ทานเข้าไปในแต่ละมื้อ นั่นหมายถึงสุขภาพของทารกในครรภ์ที่กำลังจะลืมตาดูโลกเลยทีเดียวค่ะ มีการสำรวจว่าคุณแม่ที่กินอาหารสำเร็จรูปหรืออาหารที่ไม่มีประโยชน์สุขภาพของเด็กจะไม่แข็งแรงถึง 92% และเด็กทารกอาจจะตายในครรภ์สูงถึง 65% ที่เหลือคลอดก่อนกำหนดบ้าง ร่างกายไม่สมบูรณ์ พิการบ้าง ดังนั้นคนที่ตั้งครรภ์จึงควรใส่ใจในเรื่องโภชนาการอย่างมาก คุณแม่ควรทานอาหารที่มีประโยชน์อยู่เสมอ

คำแนะนำที่คุณแม่ควรคำนึงเมื่อตั้งครรภ์

  1. หากคุณแม่อดอาหารมื้อใดก็ตามนั่นหมายถึงทารกในครรภ์ก็อดอาหารไปด้วย เนื่องจากทารกในครรภ์จะได้รับอาหารที่คุณแม่กินมื้อต่อมื้อ หากเราอดอาหารมื้อใด ทารกก็จะอดอาหารด้วย ดังนั้นเมื่อถึงเวลาอาหาร ไม่ว่าจะหิวหรือไม่ก็ตามเราก็ควรทานอาหารค่ะ
  2. ควรใส่ใจและเลือกกินอาหารที่อุดมด้วยสารอาหารและพลังงานครบถ้วนตามที่ร่างกายเราและทารกต้องการ โดยไม่ทำให้น้ำหนักของเราเพิ่มมากเกินความจำเป็น ไม่ควรทานขนมหวาน หรืออาหารที่ไมมีประโยชน์
  3. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ และยาเสพติดต่างๆ
  4. คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ควรได้รับโปรตีนอย่างเพียงพอ อย่างน้อยวันละ 60-100 กรัมต่อวัน ซึ่งจะช่วยลดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ได้ อาจจะเน้นอาหารประเภทเนื้อปลานึ่ง ย่างเพื่อให้ได้โปรตีนที่ย่อยง่ายและพอเพียงค่ะ
  5. ควรกินอาหารที่มีวิตามินซีมากหน่อย เพราะวิตามินซีเป็นสารอาหารที่ร่างกายไม่สามารถเก็บสะสมไว้ได้ ต้องกินทุกวัน และวิตามินซีถูกทำลายได้ง่ายด้วยความร้อน แสงแดด และการเก้บไว้นานๆ ดังนั้นการกินวิตามินซีจะต้องกินสดๆ เช่น จากการทานผลไม้สดๆ เป็นต้น
  6. เสริมแคลเซียมให้พอเพียง เพราะคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ต้องรับแคลเซียมอย่างน้อย 1200 มิลลิกรัมต่อวัน เนื่องจากทารกในครรภ์ต้องการแคลเซียมเพื่อไปสร้างกระดูกและฟัน หากแม่ทานแคลเซียมไม่เพียงพอ ทารกในครรภ์จะไปดึงเอาแคลเซียมจากร่างกายของแม่ไปแทน ทำให้มีผลในระยะยาวคือแม่อาจกระดูกพรุนเมื่ออายุมากขึ้นค่ะ
  7. เน้นผักใบเขียวและผักผลไม้สีเหลือง โดยคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ควรกินวันละ 3 ส่วนเป็นอย่างน้อย ผักผลไม้เหล่านี้จะให้วิตามินเอ ในรูปของสารเบต้าแคโรทีน ซึ่งใช้ในการเจริญเติบโตของเซลล์ในร่างกาย นอกจากนี้ยังมีวิตามินบี วิตามินอี กรดโฟลิก และเกลือแร่ต่างๆ อีกมาก รวมถึงกากใยที่ช่วยลดอาการท้องผูกได้ นอกจากนี้ควรกินพืชผักผลไม้อื่นๆ วันละ 2 ชนิด เพื่อให้ได้รับวิตามินและเกลือแร่อื่นๆ เช่น โพแทสเซียม แมกนีเซียม เป็นต้น
  8. หากคุณแม่มีปัญหาแพ้ท้อง ลองทานอาหารประเภทธัญพืช และถั่ว เช่น ข้าวโอ๊ต ข้าวบาเล่ห์ ข้าวซ้อมมือ ถั่วต่างๆ เพราะว่าอาหารเหล่านี้เป็นอาหารที่อุดมด้วยกากใย และวิตามินบี ที่ใช้ในการสร้างอวัยวะต่างๆ ของทารก และยังช่วยลดอาการแพ้ท้องรุนแรงได้อีกด้วยค่ะ
  9. เน้นธาตุหล็กให้เพียงพอ เพราะธาตุเหล็กมีส่วนช่วยในการสร้างเม็ดเลือดให้กับทารกในครรภ์ การดูดซึมธาตุหล็กจะต้องใช้วิตามินซีเป็นตัวช่วย ดังนั้นจึงควรทานให้เพียงพอควบคู่กัน
  10. ทานไขมันที่มีประโยชน์บ้าง เพราะคุณแม่ที่ตั้งครรภ์หลายท่านอาจจะกลัวว่าการทานไขมันอาจจะทำให้อ้วนและมีผลกับทารกในครรภ์จึงหลักเลี่ยง แต่ว่าไขมันในอาหารนั้นก็มีความจำเป็น เนื่องจากสารอาหารบางชนิดจะต้องมีไขมันเป็นตัวช่วยในการดูดซึม ดังนั้นการหลีกเลี่ยงไขมันทั้งหมดจะไม่เป็นผลดีต่อร่างกายนะค่ะ
  11. อย่าปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำ เพราะร่างกายของคนเราประกอบไปด้วยน้ำ คุณแม่ควรดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว เพื่อช่วยในการหมุนเวียนของเลือดหรือของเหลวในร่ากาย ช่วยให้ร่างกายชุ่มชื้น ลดอาการท้องผูก ลดความเสี่ยงการติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะ และปรับสมดุลเคมีในร่างกายเป็นต้น
  12. หลีกเลี่ยงอาหารรสเค็มจัด ควรกินแค่เพียงพอประมาณ โดยทั่วๆ ไปแพทย์จะแนะนำให้จำกัดอาหารรสเค็มในหญิงตั้งครรภ์ เพื่อลดการคั่งของน้ำในร่างกาย แต่ก็ไม่ใช่ว่าให้งดโดยเด็ดขาดเพราะยังไงเกลือก็ยังเป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกาย อาจรับเพียงแค่ปรุงรสเค็มขณะที่กิน อย่าปรุงรสเค็มตอนหุงต้มอาหาร
  13. หากต้องการทานอาหารเสริมเพื่อบำรุงการตั้งครรภ์ ความจริงแล้วเราไม่จำเป็นต้องทานอาหารเสริมเพิ่มเติมหากได้รับสารอาหารที่เพียงพอในแต่ละวัน แต่หากต้องการเสริมจริงๆ อาหารเสริมในรูปแบบเม็ดหรือผง ควรปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลครรภ์ก่อน เพราะอาหารเสริมบางชนิดนั้นอาจจะมีผลข้างเคียงได้
ขอขอบคุณภาพประกอบและบทความ : babytrick

Week 1-3 : สัปดาห์ที่ 1-3 ของการตั้งครรภ์
เซลล์ไข่เริ่มกลายเป็นตัวอ่อนและเจ...
2013-04-05

การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและจิตใจขณะตั้งครรภ์
การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและจิตใจ...
2013-04-25

พัฒนาการของลูกน้อยช่วงวัย 4-6ปี และของเล่นที่เหมาะสม
พัฒนาการของลูกน้อยช่วงวัย 4-6ปี และข...
2013-07-02

การอาบน้ำเด็กทารกอย่างถูกวิธี
วันนี้เราเลยมีวิธีที่จะทำให้เด็กส...
2013-05-21

Week 5 : สัปดาห์ที่ 5 ของการตั้งครรภ์
สัปดาห์นี้ ควรฝากครรภ์ได้แล้วนะ...
2013-03-29

10 คำชมที่ลูกควรได้ยิน
10 คำชมที่ลูกควรได้ยิน (จากปากเรา)...
2013-06-10

9 วิธีเตรียมพร้อมก่อนตั้งครรภ์
คุณแม่ที่กำลังอยากจะมาบุตรต้องทำอ...
2013-06-28

การเลือกเพลงสำหรับเด็กๆ ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ที่ควรมองข้าม
การเลือกเพลงสำหรับเด็กๆ ไม่ใช่เรื่...
2013-04-05

Week 13 : สัปดาห์ที่ 13 ของการตั้งครรภ์
เต้านมของคุณแม่จะมีขนาดใหญ่ขึ้น, ...
2013-03-29

น้ำอสุจิ..ของเหลวสีขาวขุ่นชวนพิศวง
น้ำอสุจิ..ของเหลวสีขาวขุ่นชวนพิศวง...
2013-04-29