ภาษาไทย
English

ปวดหลังเมื่อตั้งครรภ์

มีคำถามของคุณแม่ท่านหนึ่งถามว่า ด้วยขณะนี้ดิฉันตั้งครรภ์ได้ 23 สัปดาห์ มีปัญหาขณะนี้คือปวดหลังส่วนล่างมาก ไปพบคุณหมอที่ดูแลครรภ์มาแล้ว คุณหมอแนะนำให้ใช้เครื่องมือช่วยรักษาอาการปวดหลังชนิดหนึ่งซึ่งเป็นเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ ทำงานด้วยการปล่อยกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ มาบนผิวหนังบริเวณที่ปวด เพื่อไปสยบระบบประสาทบริเวณที่ปวดนั้นแต่ก็ไม่ได้ผลค่ะ คุณหมอมีวิธีอื่นใดที่พอจะช่วยลดอาการปวดหลังของดิฉันได้หรือเปล่าคะ โดยที่ไม่ทำให้ลูกของดิฉันในครรภ์ได้รับอันตราย

ครับก่อนอื่นต้องมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องปวดหลังระหว่าง การตั้งครรภ์กันก่อนนะครับ ว่ามันมีความเป็นมาอย่างไร คุณเคยนั่งพับเพียบเป็นเวลานานๆ หลายนาทีหรือเป็นชั่วโมงหรือเปล่าครับ ถ้าเคยพอจะจำได้มั้ยครับว่าหลังจากลุกขึ้นจากการนั่งพับเพียบแล้ว คุณปวดเข่า ปวดขาจนกระทั่งเดินเป๋อยู่พักใหญ่หรือเปล่า ผมเชื่อว่าต้องมีไม่มากก็น้อยสำหรับคนที่ไม่เคยชินกับการนั่งพับเพียบนานๆ คงจะปวดขา ปวดเข่ากันบ้าง ทำนองเดียวกันครับ เมื่อเกิดการตั้งครรภ์ขึ้นมา มดลูกซึ่งโตวันโตคืน และจะโตมากเมื่อครรภ์ได้ 5 เดือน ไปแล้ว ทีนี้เมื่อครรภ์โตมาก น้ำหนักของครรภ์ก็จะตกกับบริเวณหน้าท้อง ด้วยหลักเพื่อความสมดุลของร่างกายในการทรงตัว คุณก็ต้องแอ่นตัวไปทางด้านหลังเพื่อรับน้ำหนักของครรภ์ให้มันตกอยู่ในจุด สมดุลของร่างกาย ใช่ไหมครับ

 

 

นั่น แหละจึงทำให้เกิดการแอ่นของหลังขึ้นมาการแอ่นของหลังก็เท่ากับการแอ่น ของกระดูกสันหลังนั่นเองกระดูกสันหลังซึ่งก่อนหน้านี้มันมิได้แอ่นมากขนาด นี้เมื่อมาแอ่นกันมากมากๆเป็นเวลานานๆมันก็ทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยขึ้นมา ครับนั่นเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คุณปวดเมื่อยหลังเมื่อครรภ์มีอายุมากขึ้น อีกสาเหตุหนึ่งก็คือในเมื่อกระดูกสันหลังมันก็คือกระดูกและเป็นกระดูกที่มี ขนาดใหญ่เป็นแหล่งเก็บธาตุแคลเซียมของร่างกายที่สำคัญเมื่อครรภ์มากขึ้นเช่น ตั้งแต่ 5 เดือนเป็นต้นไป ความต้องการของธาตุแคลเซียมสำหรับทารกมีมากขึ้น แล้วเด็กทารกจะเอาธาตุแคลเซียมจากที่ไหนล่ะ ถ้าหากไม่ใช่จากตัวคุณ และถ้าหากธาตุแคลเซียมในกระแสเลือดของคุณมีไม่พอ ร่างกายของคุณเองก็ต้องมีการควบคุมระดับธาตุแคลเซียมในเลือดให้อยู่ในระดับ ปกติ ทั้งนี้เพื่อการทำงานของกล้ามเนื้อจะได้เป็นไปอย่างปกติ จะสังเกตได้ง่ายๆ ว่าถ้าคุณขาดธาตุแคลเซียมในเลือดเมื่อใด คุณก็จะเกิดเป็นตะคริวได้ง่ายๆ อย่างเช่นเป็นตะคริวที่กล้ามเนื้อน่อง เป็นต้น

เมื่อ เป็นเช่นนี้ร่างกายคุณจำต้องรักษาระดับธาตุแคลเซียมในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ ปกติถ้าหากคุณใส่ธาตุแคลเซียมเข้าไปไม่พอเช่นคุณเป็นคนไม่ดื่มนมคุณไม่ได้ แคลเซียมเสริมเข้าไปอย่างเพียงพอร่างกายก็จะเรียกเอาธาตุแคลเซียมมาจากโกดัง ภายในร่างกายของคุณนั่นเองโกดังของธาตุแคลเซียมอยู่ที่ไหนก็อยู่ที่โครง กระดูกของคุณไงล่ะโดยเฉพาพกระดูกสันหลังนี้แหละเมื่อมีการเบิกเอาธาตุ แคลเซียมออกไปจากกระดูกก็จะทำให้เกิดการกร่อนของกระดูกขึ้นมาด้วยกระบวนการ ดังกล่าวนี้ก็จะทำให้คุณเกิดอาการปวดหลังขึ้นมาได้ในที่สุดฉะนั้นจงพยายาม ใส่แคลเซียมเข้าไปให้พอนะครับอย่าได้ให้ต้องเบิกมาจากแหล่งสะสมของร่างกาย เลยเพราะนั่นจะทำให้คุณปวดหลังจะเห็นได้ว่าคุณผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ส่วนมาก มักหนีอาการปวดหลังไปไม่พ้นจะปวดมากปวดน้อยนั้นอีกเรื่องหนึ่งปวดจนกระทั่ง วันคลอดกันเลยทีเดียวแต่คุณยังคงปวดหลังไปอีกระยะหนึ่งอาจจะเป็นเดือนหรือ หลายเดือน

ทั้ง นี้เพราะว่ากระดูกสันหลังที่เคยแอ่นระหว่างการตั้งครรภ์กำลังขยับขยายเข้า ที่เดิมและกระดูกที่เคยกร่อนไปบ้างก็ยังคงกร่อนอยู่และกำลังรอการปรับปรุง แก้ไขจากร่างกายฉะนั้นคุณอย่าเพิ่งตกใจไปว่าอาการปวดหลังยังคงมีอยู่แม้จะ คลอดไปแล้วก็ตามหลายๆคุณแม่พาลไปโกรธการบล็อกหลังว่านั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ ปวดหลังความจริงแล้วมันไม่ใช่มันเป็นจากเหตุที่ผมบอกไว้มากกว่าและสุดท้าย มันก็จะหายไปได้แต่ถ้าหากคุณต้องการให้อาการปวดหลังหายเร็วขึ้นในช่วงหลัง คลอดการออกกำลังกายบริหารกล้ามเนื้อหลังจะช่วยได้มากเลยทีเดียวครับวิธีการ ออกกำลังกายหรือการบริหารร่างกายหลังคลอดนั้นคุณสามารถหาตัวอย่างมาดูได้ไม่ ยากนักในหนังสือแนะนำการปฏิบัติตัวก่อนคลอดและหลังคลอดมักจะมีรูปภาพแนะนำ ไว้อยู่เสมอ

เอา ละปัญหาปวดหลังเมื่อหลังคลอดแล้วนั้นดูเหมือนจะเป็นปัญหาไม่มากนักไม่เหมือน ตอนที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ที่หลายๆคุณแม่อยากจะให้ช่วยให้มันหายไปอย่างปลิด ทิ้งได้มั้ยดังตัวอย่างของคุณแม่ที่ถามมาผมมีข้อแนะนำอย่างนี้ครับ

 

 

ประการที่ขอ ให้ทำใจให้เป็นปกติ อย่ารู้สึกทุกข์ร้อนหรือเป็นกังวลมากกับอาการปวดหลังที่เกิดขึ้น ขอให้เข้าใจและยอมรับว่ามันเป็นอาการธรรมดาที่มักจะเกิดขึ้นกับคุณแม่ที่ ตั้งครรภ์   แล้วมันจะหายไปได้เองหลังจากคลอดแล้ว ทำใจยอมรับ ทำใจให้สงบ ทำใจให้สบาย เท่ากับชนะไปแล้วครึ่งหนึ่งครับ

ประการที่ 2 ถ้า ปวดมากอาจจะใช้ครีมแก้ปวดนวดก็พอจะช่วยบรรเทาไปได้บ้างแต่ต้องเข้าใจนะครับ ว่านั่นเป็นเพียงรักษาอาการเท่านั้นมิใช่รักษาให้มันหายปวดอย่างเด็ดขาด เพียงชั่วคราวเท่านั้นปวดเมื่อไหร่ก็เอาครีมแก้ปวดมานวดกันเมื่อนั้นให้คุณ สามีช่วยนวดให้ก็ดีนะครับข้อสำคัญคุณอย่างอแงหรือแสดงอาการคล้ายเรียกร้อง ความสนใจจากสามีมากเกินไปนะครับ

ประการที่ 3 การ ใช้ยาระงับปวดที่ปลอดภัยที่สุดก็คงเป็นยาพวกราราเซตามอล สำหรับยาแก้ปวดกล้ามเนื้อ ปวดกระดูกชนิดอื่นๆ ไม่ควรใช้ร่วมกับการตั้งครรภ์นะครับ เด็กทารกไม่ชอบครับ คุณก็ต้องระวังด้วย

ประการที่ 4 ฟูก ที่ใช้นอนควรจะเป็นฟูกที่ไม่อ่อนยวบยาบ ยุบไปตามน้ำหนักตัวครับ เพราะนั่นจะทำให้คุณปวดเมื่อยมากยิ่งขึ้น แต่ควรจะเป็นฟูกที่แข็ง แต่ไม่ใช่แข็งเหมือนไม้กระดานนะครับ เอาเป็นว่าแข็งไม่ยุบตามน้ำหนักตัว แต่ว่านุ่ม เวลานอนก็ไม่รู้สึกว่านอนบนไม้กระดาน อะไรทำนองนั้น ฟูกคุณภาพดีมักจะมีคุณสมบัติแบบนี้นะครับ

ดัง นั้นถ้าหากคุณสามารถเลือกฟูกเตียงนอนของคุณได้ คุณควรจะต้องพีถีพิถันคุณภาพของฟูกด้วยนะครับ ซึ่งก็พอจะช่วยให้อาการปวดหลัง ปวดเมื่อยตามตัว ตามกระดูกของคุณไม่กำเริบมากได้ครับ

 

บทความโดย : นพ.พนิตย์ จิวะนันท์ประวัติ

ขอขอบคุณภาพประกอบและบทความ : www.pregnancysquare.com

Week 1-3 : สัปดาห์ที่ 1-3 ของการตั้งครรภ์
เซลล์ไข่เริ่มกลายเป็นตัวอ่อนและเจ...
2013-04-05

การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและจิตใจขณะตั้งครรภ์
การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและจิตใจ...
2013-04-25

พัฒนาการของลูกน้อยช่วงวัย 4-6ปี และของเล่นที่เหมาะสม
พัฒนาการของลูกน้อยช่วงวัย 4-6ปี และข...
2013-07-02

การอาบน้ำเด็กทารกอย่างถูกวิธี
วันนี้เราเลยมีวิธีที่จะทำให้เด็กส...
2013-05-21

Week 5 : สัปดาห์ที่ 5 ของการตั้งครรภ์
สัปดาห์นี้ ควรฝากครรภ์ได้แล้วนะ...
2013-03-29

10 คำชมที่ลูกควรได้ยิน
10 คำชมที่ลูกควรได้ยิน (จากปากเรา)...
2013-06-10

9 วิธีเตรียมพร้อมก่อนตั้งครรภ์
คุณแม่ที่กำลังอยากจะมาบุตรต้องทำอ...
2013-06-28

การเลือกเพลงสำหรับเด็กๆ ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ที่ควรมองข้าม
การเลือกเพลงสำหรับเด็กๆ ไม่ใช่เรื่...
2013-04-05

Week 13 : สัปดาห์ที่ 13 ของการตั้งครรภ์
เต้านมของคุณแม่จะมีขนาดใหญ่ขึ้น, ...
2013-03-29

น้ำอสุจิ..ของเหลวสีขาวขุ่นชวนพิศวง
น้ำอสุจิ..ของเหลวสีขาวขุ่นชวนพิศวง...
2013-04-29