BabyZone Fanpage ภาษาไทย
English
   มุมพ่อแม่ / เตรียมพร้อมก่อนเป็น พ่อ-เเม่
บทความและสาระน่ารู้

เตรียมพร้อมก่อนเป็น พ่อ-เเม่


ขอชวนคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังวางแผนที่จะมีลูก เตรียมร่างกายให้พร้อม ซึ่งขอบอกว่า ต้องเตรียมตัว
กันทั้งสองฝ่ายนะคะ  ส่วนมากแล้วเรามักคิดว่า ก่อนตั้งครรภ์ฝ่ายหญิงที่เตรียมตัวเป็นคุณแม่ ต้อง
เตรียมร่างกายให้พร้อม ซึ่งก็ถูกค่ะ เพราะพัฒนาการของลูกน้อยในครรภ์จะดีแค่ไหนก็อยู่ที่การดูแล
ตนเองของคุณแม่ แต่ฝ่ายชายก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมก่อนมีลูกเช่นกันค่ะ เพราะหากร่างกายไม่
พร้อมเต็มที่แล้วล่ะก็ คงไม่สามารถสร้างอสุจิที่แข็งแรงพอที่จะเป็นต้นกำเนิดทารกได้ ทำให้เกิดปัญหา
มีบุตรยากในหลายๆคู่     

 
 

เตรียมพร้อมก่อนเป็น “แม่”  


การเตรียมตัวก่อนมีลูกของคุณผู้หญิงนอกจาก การรหยุดทานยาคุมกำเนิดล่วงหน้า เพื่อให้ฮอร์โมน
ในร่างกายปรับสภาพอยู่ในระดับปกติแล้วยังต้องมีการเตรียมความพร้อมด้านอื่นๆ ด้วย เช่น การ
รับประทานอาหารให้ได้สารอาหารครบถ้วน และการรับวัคซีน โดยเฉพาะวัคซีนป้องกันโรคหัดเยอรมัน
ซึ่งจำเป็นมาก เพราะหากคุณแม่ติดเชื้อนี้ในระหว่างการตั้งครรภ์ อาจทำให้ลูกมีความผิดปกติทางตา 
เช่น เป็นต้อกระจก ต้อหิน มีความผิดปกติของหัวใจ ความบกพร่องทางการได้ยินทารกเติบโตช้า
ในครรภ์ ตับ ม้ามโต เกร็ดเลือดต่ำได้ ซึ่งการฉีดวัคซีนต้องทำก่อนตั้งครรภ์อย่างน้อย 3 เดือน

และในช่วงก่อนตั้งครรภ์ 3 เดือนนี้ คุณแม่จำเป็นต้องได้รับโฟเลทสูงด้วยนะคะ เพราะโฟเลทมีส่วนช่วย
ป้องกันความผิดปกติทางระบบประสาทและสมองของทารกในครรภ์ ซึ่งมีมากในผักสีเขียว ปลา ตับ 
กล้วย ถั่วต่างๆ ส้ม มันฝรั่ง แครอท ถั่ว รำข้าว ไข่แดง โดยคุณแม่ควรรับประทานอาหารที่มีโฟเลทสูง
ทั้งก่อนต้องครรภ์และในช่วงตั้งครรภ์ 3 เดือนแรกค่ะ

เตรียมพร้อมก่อนเป็น “พ่อ” 

 



ส่วนฝ่ายคุณผู้ชายที่กำลังเตรียมตัวเป็นพ่อ หากมีเชื้ออสุจิน้อยและไม่แข็งแรง ก็จะทำให้มีบุตรยากได้ การดูแลร่างกายให้แข็งแรงด้วยการออกกำลังกายและรับประทานอาหารที่มีประโยชน์จึงเป็นสิ่งจำเป็น ซึ่งนอกจากอาหารทั้ง 5 หมู่แล้ว เชื่อว่าธาตุสังกะสีจะช่วยเสริมภูมิต้านทานโรค มีส่วนช่วยเพิ่มการ
สร้างตัวอสุจิและฮอร์โมนเพศชาย โดยอาหารที่มีสังกะสีสูง ได้แก่ อาหารจำพวกเนื้อสัตว์ อาหารทะเล
โดยเฉพาะพวกหอย ถั่ว นม ไข่  
 
สำหรับคู่ที่รอคอยเจ้าตัวเล็กมานาน หากสงสัยว่าคุณผู้ชายมีอสุจิน้อย
จนทำให้เกิดภาวะมีบุตรยากหรือไม่ สามารถไปตรวจเชื้อที่โรงพยาบาลได้ค่ะ
 
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก นิตยสารเเม่เเละเด็ก
Photo credit : mnn.com,  pitterpatter.com.my
ขอขอบคุณภาพประกอบและบทความ : www.anmum.co.th/

 
© Copyright 2001- ภาษาไทย ใช้ได้ดีกับ IE10, Chrome, Firefox 1024x768