BabyZone Fanpage ภาษาไทย
English
   มุมพ่อแม่ / สร้างภูมิคุ้มกัน ลูก ในโลกออนไลน์
บทความและสาระน่ารู้

สร้างภูมิคุ้มกัน ลูก ในโลกออนไลน์


อย่างไรก็ตาม แม้ ลูก ของคุณจะถึงเกณฑ์ที่จะใช้โซเชียล มีเดียได้แล้ว แต่ก็ไม่ควรปล่อยให้ลูกใช้สื่อออนไลน์โดยไม่ได้มีการควบคุมดูแล พญ.ถิรพร ตั้งจิตติพรจึงได้แนะนำการสร้าง ภูมิคุ้มกัน ในโลกออนไลน์ให้ลูกดังนี้ 
  1. สอนลูกให้รู้จักคิดเป็น เนื่องจากยุคสมัยนี้สังคมมีสิ่งล่อตาล่อใจเยอะ อันตรายมีรอบด้านดังนั้นพ่อแม่กลุ่มหนึ่งจะกังวลและจะปกป้องลูกมากเกินไปไม่ ให้ลูกพบเจอกับปัญหา แต่เราลืมไปว่าถึงแม้เราจะปกป้องลูกดีอย่างไรก็ตามก็ไม่สามารถปกป้องได้ตลอด เวลา ดังนั้นเราควรเปลี่ยนแนวคิดในการดูแลลูกใหม่เป็นการให้อาวุธในการใช้ชีวิต ประจำวัน นั่นคือฝึกให้เผชิญกับปัญหา และมีวิธีในการแก้ปัญหาที่ออกมาจากความคิดของเค้าเอง โดยตัวเราเปรียบเสมือนโค้ช คอยแนะนำวิธีแก้ปัญหาให้ลูกเก่งขึ้น
  2. การปลูกฝังให้เด็กมีกฎกติกาภายในบ้าน เพื่อฝึกให้เด็กสามารถเรียนรู้ในการควบคุมตนเองและการเคารพสิทธิของผู้อื่น เช่น เวลาในการเล่นsocial network , อะไรควรโพสต์ อะไรไม่ควรโพสต์ ห้ามแชทกับคนแปลกหน้า เป็นต้น การปลูกฝังเรื่องคุณธรรมศีลธรรมเพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวและที่พึ่งทั้ง ทาง กาย วาจา ใจ ของเด็กเบื้องต้น ให้เด็กสามารถแยกแยะสิ่งดีชั่ว สิ่งใดควรไม่ควรทำอย่างง่าย เช่น ศีล5 หิริโอตตัปปะ จะเป็นเครื่องชี้นำไม่ให้เด็กไปตามกระแส
  3. ค้นหาเอกลักษณ์ ความสามารถของเด็ก เพื่อเป็นจุดที่ทำให้เด็กเกิดความภาคภูมิใจในตนเอง ส่งเสริม Self esteem ให้เกิดขึ้นในชีวิตจริง โดยไม่ต้องรอให้สังคมหรือคนอื่นๆมาชื่นชม ซึ่งเป็นพื้นฐานทางจิตใจที่ทุกคนต้องการการยอมรับจากสังคม และเป็นพัฒนาการที่สำคัญของเด็ก โดยหากเด็กคิดว่าตนเองด้อยความสามารถ ก็จะเริ่มสับสน และหาวิธีต่างๆที่จะสร้างเอกลักษณ์ของตนเองโดยไม่ได้ไตร่ตรองว่าจะเป็นวิธี ที่ไม่ดี หรือไม่มีเอกลักษณ์ที่แท้จริงของตน เนื่องจากเด็กกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่ชี้นำได้ง่ายเพราะเด็กต้องการการยอมรับ จากสังคม ดังนั้นใครบอกให้ทำอะไรตัวเค้าเองก็จะทำตาม เพื่อให้รู้สึกว่าตนเป็นส่วนหนึ่งของสังคม เช่น การแต่งตัวเลียนแบบดารา การถ่าคลิปกับแฟนในลักษณะที่ไม่เหมาะสม หรือแม้กระทั่งการผสมโรงด่า ว่า บุคคลใดบุคคลหนึ่งเพื่อให้ได้รับการยอมรับว่าเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มเป็นต้น การสร้างความสามารถแก่เด็กทำได้โดย การหากิจกรรมให้เด็กทำอย่างหลากหลายนอกจากการเรียน เช่น การเล่นกีฬา วาดรูป ร้องเพลง หรือแม้กระทั่งการให้เด็กทำงานบ้าน เช่น ทำอาหาร รีดผ้า กวาดบ้าน จัดสวน นอกจากทำให้เด็กรู้ว่าตนเองชอบหรือมีความสามารถด้านไหนแล้ว ยังทำให้สามารถดึงเด็กออกจากโลกโซเชียวเน็ตเวิร์คได้ด้วย
  1. มีกิจกรรมร่วมกันในครอบครัวมากขึ้น เพื่อสร้างสัมพันธภาพ และรู้จักลูกให้มากขึ้นว่า เป็นเด็กที่มีบุคคลิกอย่างไร ชอบอะไร มีปัญหาอะไร พ่อแม่จะได้สอนหรือชี้แนะได้ง่ายขึ้น และเป็นการฝึกทักษะการเข้าสังคม เพื่อให้ลูกสามารถมีทักษะที่ดีในการอยู่ในกลุ่มเพื่อนหรือ โรงเรียน
  2. สอนให้รู้จักความแตกต่าง คือคนเราแต่ละคน การเลี้ยงดู ต่างกัน ย่อมมีอุปนิสัย การนึกคิด ความสามารถ หรือความชอบที่ต่างกัน ดังนั้น ถ้าเรายอมรับความแตกต่างจุดนี้ได้ นอกจากตัวเราจะภูมิใจในสิ่งที่เราเป็นโดยไม่ต้องเหมือนใครแล้ว เรายังยอมรับความคิดเห็นหรือความชอบของคนอื่นที่แตกต่างกันได้ โดยที่ไม่เก็บเป็นอารมณ์หงุดหงิดต่อกัน เคารพในความคิด และการแสดงออกของแต่ละคน
  3. สอนให้ลูกรู้จักการตั้งค่าความเป็นส่วน ตัวเมื่อใช้ social network ร่วมกับการไม่เข้า social network ในอุปกรณ์ของคนอื่นเช่น คอมพิวเตอร์สาธารณะ โทรศัพท์ของเพื่อน เพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลของมิจฉาชีพ และการแอบอ้าง account ไปใช้ในทางเสียหาย

หลักภูมิคุ้มกันนี้เป็น สิ่งที่พ่อแม่ยุคใหม่ต้องรีบให้ความสำคัญและพัฒนาให้เกิดขึ้นในลูกของเรา เพื่อให้ลูกเราอยู่ในสังคมได้อย่างฉลาดรู้เท่าทัน ปลอดภัย และมีความสุข ในยุคที่เราไม่สามารถติดตามลูกได้ทุกก้าวเหมือนแต่ก่อนแต่พัฒนาการด้านนี้จะ ไม่สามารถเกิดขึ้นได้สมบูรณ์หากเด็กขาดการฝึกฝนและพัฒนาด้านกระบวนการคิด วิเคราะห์และการแก้ปัญหา ดังนั้นหากผู้ปกครองพิจารณาแล้วว่าลูกของท่านยังไม่สามารถคิดอย่างมีเหตุผล หรือทักษะการแก้ปัญหายังไม่มากพอ ลูกของท่านก็ยังไม่พร้อมที่จะมีหรือดูแล Social media ของตนเองได้ค่ะ

เรียบเรียงโดย : นิตยสารบันทึกคุณแม่

ขอขอบคุณภาพประกอบและบทความ : www.pregnancysquare.com

 
© Copyright 2001- ภาษาไทย ใช้ได้ดีกับ IE10, Chrome, Firefox 1024x768