BabyZone Fanpage ภาษาไทย
English
   มุมพ่อแม่ /พูดกับลูกวัยเบบี๋
บทความและสาระน่ารู้

พูดกับลูกวัยเบบี๋

พูดกับลูกวัยเบบี๋

 

ลูกวัยเบบี๋ถึงจะพูดอ้อๆ แอ้ๆ แต่ขอบอกค่ะว่า สมองน้อยๆ เตรียมเปิดรับ และพร้อมมากที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อย่างเต็มที่ ช่วงวัยเบบี๋จึงเป็นช่วงเวลานาทีทองอย่างไม่ต้องสงสัย เป็นช่วงเวลาที่คุณพ่อคุณแม่ จะช่วยเจ้าหนูน้อยพัฒนาเรื่องการพูด ส่งภาษาให้ได้รวดเร็วขึ้น และช่วยในเรื่องการพูดภาษาที่ถูกต้องด้วยนะคะ การสื่อสารกับลูกวัยเบบี๋จึงเป็นเรื่องสำคัญถ้าไม่เฉียดๆ เรื่องระดับท๊อปฮิตในครอบครัวก็ใกล้เคียงเลยล่ะค่ะ ส่วนจะใช้วิธีแบบไหนพูดกับลูกวัยเบบี๋นั้น Hot Topicfor Baby ฉบับนี้มีมาฝากค่ะ

 

 

 ออกสตาร์ทก่อนได้เปรียบ (ถึงจะวางหัวข้อไว้แบบนั้น แต่ก็ไม่ได้คิดจะไปแข่งขันกับใครหรอกนะคะ เลี้ยงลูกแบบสบายๆ ตามธรรมชาติมีความสุขกว่าค่ะอย่าไปเครียด) และที่บอกว่าเริ่มก่อนได้เปรียบหมายถึง คุณแม่เริ่มพูดกับเจ้าตัวน้อยได้ตั้งแต่ตอนอยู่ในท้องคุณแม่ค่ะเพราะถึงลูกจะอยู่ในท้องอุ่นๆ ของคุณแม่ ประสาทสัมผัสทางการได้ยินก็พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ ลูกเริ่มได้ยินเสียงแล้วค่ะ การพูดกับลูกทุกๆ วันจะช่วยพัฒนาการทางสมอง และพัฒนาระบบการได้ยินค่ะ

 

 

 พูดบ่อยๆ ค่อยๆ ชิน การพูดจากับลูกวัยเบบี๋ไม่ใช่การพูดในลักษณะแบบถามมาตอบไป หรือการสนทนา เพื่อโต้ตอบกัน แต่เป็นการพูดคุยกับลูกเพื่อช่วยปูพื้นฐานทางภาษาให้ลูก โดยเรื่องที่พูดคุยก็จะเน้นการพูดแบบชี้ชวนให้มองนั่นนี่ใกล้ๆ ตัว เพื่อให้ลูกได้เห็นทุกๆ วัน พูดซ้ำๆพร้อมกับชี้ให้ดูบ่อยๆ ไม่นานลูกก็เริ่มอยากพูดออกเสียงตามที่ได้ยินทุกๆวันดูบ้างแล้วค่ะ

 

 

 พูดชัดถ้อยชัดคำ การที่คุณพ่อพูดป้อๆ แป้ๆ เลียนเสียงลูกเล่นบ้างก็น่าสนุกอยู่หรอกค่ะ แต่อย่าลืมว่าลูกวัยเบบี๋ที่กำลังตั้งใจฟังเสียงต่างๆ อยู่นั้นจะพยายามพูดตามเสียงที่เขาได้ยิน การพูดป้อๆ แป้ๆ เล่นกับลูกอาจทำให้ลูกออกเสียงคำแบบผิดๆ ได้ค่ะ การพูดชัดถ้อยชัดคำจะช่วยให้ลูกพูดออกเสียงคำที่ถูกต้อง

 

 

 เป็นผู้ฟังที่ดีก็สำคัญค่ะ การสนใจฟังเสียงที่ลูกพยายามเปล่งออกมา และแสดงท่าทีด้วยการยิ้ม หรือพยักหน้าเป็นการตอบรับเมื่อลูกส่งเสียงให้ พร้อมกับพยายามพูดโต้ตอบกับลูกเหมือนการพูดคุยกัน(ถึงจะรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้างก็เถอะ) การสนทนาแบบสองทางทั้งพูดและฟัง จะช่วยกระตุ้นให้ลูกอยากพูดออกเสียงมากขึ้น

 

 

 ส่งสายตาให้กันปิ๊งๆ การสบตาลูกขณะพูดกับลูกหรือมองสบตาเขาตอนกำลังตั้งใจฟังสิ่งที่ลูกพยายามจะออกเสียงจะทำให้ลูกรู้ว่าพ่อกับแม่กำลังให้ความสนใจกับสิ่งที่ลูกพยายามที่จะพูด เหมือนกับกำลังคอยส่งสายตาลุ้นๆ เป็นกำลังใจให้ลูกอยู่นะ และที่สำคัญการสบตาลูกขณะที่กำลังพูดกับเขาอยู่จะช่วยให้ลูก ตั้งใจมอง และตั้งใจฟังเสียงต่างๆด้วยนะคะ

 

 

 เสียงปรบมือเป็นกำลังใจ ความสุขเล็กๆ ของเด็กๆคือ เสียงปรบมือ และรอยยิ้มค่ะ เมื่อคุณพ่อปรบมือให้ บอกว่าเก่งมากเลยลูก แล้วก็ยิ้มให้ ทำไมลูกจะไม่ยิ้มตามคุณพ่อล่ะค่ะ ลูกๆ จะเข้าใจ และรู้ว่าเสียงปรบมือที่ได้ยิน และรอยยิ้มที่เขาเห็น นั่นคือ การถูกชมเฉย และพ่อกับแม่ดีใจกับสิ่งที่เขาพูด เขาทำ การให้กำลังใจจะช่วยกระตุ้นให้ลูกพยายามพูดได้ดีขึ้น และการพูดชมพร้อมกับบอกเหตุผลไปด้วยทุกครั้งเป็นสิ่งที่ดี

 

 

 ถึงเวลาเบรกกันบ้างแล้ว บางครั้งเสียงปรบมือคำชม และรอยยิ้มก็ใช้ไม่ได้กับทุกสถานการณ์นะคะ เมื่อถึงเวลาที่ลูกพูดหรือทำสิ่งที่ไม่ควร ซึ่งบ่อยครั้งลูกอาจจะทำโดยไม่ตั้งใจ การส่ายหน้า และบอกลูกทันทีว่า ลูกทำไม่ถูกต้องจะทำให้ลูกรู้ว่า สิ่งที่ลูกพูดหรือทำอยู่นั้นพ่อกับแม่ไม่ปลื้มแล้วนะ...บางครั้งการทำเสียงจุ๊ๆ ส่ายหน้า พร้อมกับบอกเหตุผลก็ใช้ได้ดีค่ะ

 

 

เส้นชัยของการพูดกับลูกวัยเบบี๋ อยู่ที่การช่วยปูพื้นฐานทางภาษาให้ลูก ยังไม่เน้นการพูดโต้ตอบ ใช้การชี้ชวนให้ดูสิ่งรอบๆ ตัว ชี้ให้มองสิ่งที่ลูกต้องเห็นเป็นประจำบ่อยๆ ร่วมกับการออกเสียงให้ลูกฟังอย่างถูกต้อง จะเป็นการกระตุ้นให้ลูกอยากออกเสียง และพยายามพูดตามคุณพ่อคุณแม่มากขึ้นค่ะ

 

 

Note... !!!

 

รู้หรือไม่ว่า ในสมัยกรีกโบราณทารกที่เกิดในตระกูลที่ร่ำรวย จะถูกนำตัวจุ่มลงไปในน้ำมันมะกอกเมื่อแรกเกิด เพราะเชื่อกันว่าจะทำให้ร่างกายของทารกปราศจากขนไปตลอดชีวิต

 

 

แหล่งที่มา นิตยสารบันทึกคุณแม่ ฉบับ ตุลาคม ๒๕๕๖

 

นิตยสารบันทึกคุณแม่

ขอขอบคุณภาพประกอบและบทความ : http://firstyear.pregnancysquare.com/

 
© Copyright 2001- ภาษาไทย ใช้ได้ดีกับ IE10, Chrome, Firefox 1024x768