BabyZone Fanpage ภาษาไทย
English
   มุมพ่อแม่ /นอนกลางวัน สำคัญจริงหรือ
บทความและสาระน่ารู้

 

นอนกลางวัน สำคัญจริงหรือ


      พ่อแม่หลายคนคงอดที่จะเหนื่อยใจไม่ได้ ที่กล่อมให้ทารกนอนหลับไม่ทันไรผ่านไปแค่ครึ่งชั่วโมงเจ้าตัวดีก็ตื่นมาโยเยอีกแล้ว ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะวงจรการนอนของเบบี๋สั้นกว่าผู้ใหญ่อย่างเราๆ และเวลานอนของทารกโดยทั่วไปมักจะอยู่ที่ประมาณ 50-60 นาที เท่านั้น ในช่วงขวบปีแรกนี้คุณจะพบการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับการนอนของลูกตามแต่ละช่วงวัย ดังต่อไปนี้

      เด็กแรกเกิด ใช้เวลานอนประมาณวันละ 16-20 ชั่วโมง ซึ่งระยะเวลานี้รวมถึงการนอนกลางวันด้วย อย่างไรก็ตาม คุณพ่อคุณแม่ควรพูดคุยหยอกล้อเล่นกับลูกหลังจากให้อาหารสักพัก เพื่อที่ทารกจะได้ไม่ติดนิสัยว่าจะต้องกินก่อนจึงจะนอนหลับได้ ซึ่งอาจจะเป็นปัญหาต่อไปเมื่อหนูน้อยโตขึ้น

      หนูน้อยวัย 2 เดือน วัยนี้นับเป็นช่วงเวลาดีที่จะเริ่มต้นให้หนูน้อยได้ฝึกการนอนหลับด้วยตัวเอง หากเจ้าตัวเล็กร้องไห้เมื่อคุณวางเขาลงบนที่นอน นั่นเป็นเรื่องปกติธรรมดา คุณอาจจะลองปล่อยให้ลูกร้องอยู่สัก 2-3 นาที เพื่อเปิดโอกาสให้หนูน้อยได้ฝึกปลอบประโลมตัวเอง หากลูกยังร้องไห้งอแง ลองตบก้นเบาๆ ลูบหลัง หรือลูบศีรษะเจ้าตัวน้อยพร้อมส่งเสียงกล่อม หนูน้อยก็จะสงบได้เองในที่สุด

      เจ้าตัวเล็ก 3-6 เดือน คุณจะพบว่าลูกนอนกลางวันน้อยลง โดยทั่วไปหนูน้อยอาจจะนอนกลางวันแค่2-3 ครั้ง คุณควรพยายามอย่าให้ลูกนอนหลับในช่วงบ่ายแก่ๆ หรือประมาณหลัง 4 โมงเย็น เพื่อจะได้ฝึกให้ลูกเข้านอนตอนกลางคืนได้เป็นเวลา และหลับยาวได้ตลอดทั้งคืน

      ขวบปีแล้วจ้า ได้เวลาที่หนูน้อยเริ่มโตเป็นหนุ่มน้อยสาวน้อยแล้ว จึงไม่ค่อยมีการนอนบ่อยๆ ระหว่างวัน เมื่อถึงวัยนี้เจ้าตัวเล็กจะนอนกลางวันในช่วงบ่ายๆ ได้นานประมาณ 2-3 ชั่วโมง และนอนกลางวันเพียงครั้งเดียว พอตกกลางคืนก็จะนอนต่อเนื่องได้ยาว 10-12 ชั่วโมง ทำให้คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องเหนื่อยกับการตื่นมาดูลูกกลางดึกอีกแล้วค่ะ

นอนกลางวัน สำคัญแค่ไหน?

      คุณพ่อคุณแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยตัวเอง คงไม่ปฏิเสธว่าการนอนกลางวันของลูกนั้นเป็นประโยชน์ต่อตัวคุณเองที่จะได้พักหลังจากการเฝ้าดูแลประคบประหงมลูกมาหลายชั่วโมงด้วย ส่วนประโยชน์ต่อเจ้าตัวน้อยนั้นก็มีมากมายเช่นกัน

      การที่ทารกได้นอนหลับอย่างเพียงพอ จะช่วยในการพัฒนาสมอง มีงานวิจัยส่วนหนึ่งที่ระบุว่าการนอนกลางวันจะช่วยทำให้เด็กๆ จดจำข้อมูลต่างๆ ได้ยาวนานขึ้น

      มีการศึกษาพบว่าเด็กๆ ที่นอนกลางวันจะมีสมาธิมากกว่า รวมทั้งงอแงน้อยกว่าเด็กที่ไม่ได้นอนกลางวัน

      การนอนกลางวันจำเป็นต่อเจ้าตัวเล็ก โดยเฉพาะในช่วงกลางวัน เพราะเวลานี้พลังงานในร่างกายเริ่มลดลง หากทารกได้นอนกลางวันก็เท่ากับเป็นการชาร์ตพลังงานให้กลับมาอีกครั้ง
การนอนหลับ จะปล่อยฮอร์โมนที่ต่อสู้กับความเครียด หากหนูน้อยได้นอนเต็มอิ่มก็จะทำให้เด็กๆ ตื่นขึ้นมาแล้วสดชื่นไม่งอแง


จัดการอย่างไร ถ้าลูกไม่นอนกลางวัน

      มีหลายเหตุผลที่ทำให้เจ้าตัวน้อยไม่ยอมนอนกลางวันค่ะ โดยทั่วไปถ้าลูกเหนื่อยมากๆ และไม่ได้นอนหลับในเวลาที่เขาควรจะนอน หนูน้อยก็จะโยเยและไม่ยอมนอนง่ายๆ คุณก็อาจจะต้องปรับเปลี่ยนตารางการนอนของลูกเสียใหม่ และต่อไปก็ควรจะคอยสังเกตอาการของลูก ที่ระบุว่าเขาเหนื่อยและต้องการพักผ่อน ซึ่งสัญญาณเหล่านั้นได้แก่


            ขยี้ตา
            หาวนอน
            ดูเซื่องซึม ไม่ยิ้ม ไม่เล่น
            โยเย งอแง
            ร้องหาผ้าห่มหรือตุ๊กตาที่กอดเวลานอนเป็นประจำ หรือร้องหานมแม่


หลับฝันสำคัญกับทารก

      การสำรวจคุณแม่ที่มีลูกอยู่ในวัย 0-3 ปี พบว่าการนอนหลับในเด็กเล็กแบ่งเป็น 2 ช่วงคือ 1. หลับธรรมดา ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายหลั่งฮอร์โมนเพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และ 2.ช่วงหลับฝันซึ่งสำคัญต่อการพัฒนาสมองของลูก แต่ทั้งนี้ เด็กไทยกลับไม่สามารถเข้าสู่ช่วงหลับฝันได้ เพราะสิ่งแวดล้อมและพฤติกรรมการนอนที่ไม่เหมาะสม ทำให้หลับไม่สนิทและนอนไม่เพียงพอ ดังนั้นพ่อแม่จึงควรฝึกลูกให้นอนเป็นเวลา ทำกิจกรรมก่อนนอนให้เป็นกิจวัตร ไม่ว่าจะเล่านิทาน นวด พูดคุย รวมทั้งสร้างบรรยากาศในการนอนให้อบอุ่นและปลอดภัยด้วย

ขอขอบคุณภาพประกอบและบทความ : momypedia

 
© Copyright 2001- ภาษาไทย ใช้ได้ดีกับ IE10, Chrome, Firefox 1024x768