BabyZone Fanpage ภาษาไทย
English
   มุมพ่อแม่ / มหัศจรรย์สมาธิของวัยอนุบาล
บทความและสาระน่ารู้

 

มหัศจรรย์สมาธิของวัยอนุบาล


      โดยทั่วไปแล้วเด็กที่อายุ 3 – 6 ปี ควรมีความสนใจหรือมีสมาธิต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่ต่ำกว่า 10 นาทีเป็นอย่างน้อย โดยมีงานวิจัยหลายชิ้นที่พบว่าสมาธิมีส่วนสัมพันธ์กับสมอง เมื่อเด็กๆ จดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นเวลานาน สมองส่วนเซเรบรัมซึ่งทำหน้าที่ในการควบคุมความจำ การแสดงออก การมีเหตุมีผล จะมีการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพของคลื่นสมองอัลฟ่า (Alpha) ทำให้เกิดการผ่อนคลาย ช่วยให้เด็กเกิดการเรียนรู้ที่ดี เข้าใจสิ่งต่างๆ ได้ง่ายขึ้น รวมทั้งมีความจำที่ดีด้วย

      นอกจากนี้การฝึกหายใจอย่างสม่ำเสมอ เคลื่อนไหวร่างกายช้าๆ ให้เข้าจังหวะเพลง จะช่วยผ่อนคลายความรู้สึกเครียด เด็กจะรู้สึกสงบนิ่งลง และมีสมาธิมากขึ้น

กิจกรรมดีๆ เสริมสมาธิลูก

      สร้างระเบียบวินัย : ระเบียบวินัยไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่ลูกควรเรียนรู้ เพื่อให้อยู่รวมกันในสังคมเท่านั้น แต่การฝึกให้ลูกใช้ชีวิตอย่างมีระเบียบ ทำกิจวัตรประจำวันอย่างสม่ำเสมอ ก็จะเป็นจุดเริ่มต้นของการมีสติรับรู้ อันจะส่งผลให้เกิดสมาธิตามมา คุณอาจเริ่มง่ายๆ ด้วยการจัดตารางกิจวัตรประจำวันให้กับลูกค่ะ

      มุมสงบภายในบ้าน : ภายในบ้านของคุณควรมีมุมสงบ ที่คุณสามารถชวนลูกไปนั่งเงียบๆ อ่านหนังสือเล่านิทานร่วมกันแบบสบายๆ

      เดินตามเส้น สมาธิตามทาง : ให้คุณติดสติ๊กเกอร์รูปต่างๆ หรือเทปกาวแปะลงบนพื้นให้ทางเดินของลูก และชวนลูกเล่นเดินให้ตรงกับสติ๊กเกอร์ที่คุณแปะไว้ กิจกรรมง่ายๆ แต่สร้างสรรค์นี้ ช่วยฝึกให้ลูกมีสมาธิได้ดีนักเชียวค่ะ

      กิจกรรมสนุกดี มีสมาธิ : คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตเจ้าตัวน้อยว่ามีความชื่นชอบอะไรเป็นพิเศษ อาทิ กระโดดโลดเต้น วาดรูป ปั้นดินน้ำมัน หรือทำงานประดิษฐ์ แล้วจัดสรรกิจกรรมนั้นๆ ให้ลูกได้ทำเป็นงานอดิเรก เชื่อหรือไม่ค่ะว่าหากกิจกรรมที่คุณจัดให้ลูกนั้นเป็นที่ถูกใจเจ้าตัวเล็กแล้วล่ะก็ เขาก็จะจดจ่ออยู่กับสิ่งนั้นได้นานเป็นวันๆ เลยทีเดียว

      เด็กๆ ส่วนใหญ่ชื่นชอบการวาดภาพ ระบายสี งารประดิษฐ์ แล้วรู้หรือไม่ค่ะว่ากิจกรรมเหล่านี้จะช่วยสร้างสมาธิให้ลูกได้เป็นอย่างดี

      • ชวนลูกไปเดินเก็บก้อนหิน แล้วนำมาระบายสี การเดินที่ต้องคอยสังเกตหาก้อนหินสักก้อนนั้นเด็กๆ จะต้องใช้ความตั้งใจมากเป็นพิเศษ ส่วนการระบายสีก้อนหินก้อนเล็กๆ ก็จำเป็นต้องใช้สมาธิมากเช่นกัน

      • ระบายสีเปลือกไข่ เก็บเปลือกไข่ที่เหลือจากการปรุงอาการมาให้ลูกระบายสี เพราะว่าความบอบบางของเปลือกไข่ จะยิ่งทำให้เจ้าตัวเล็กต้องมีสติ และใช้สมาธิในการระมัดระวังไม่ให้เปลือกไข่แตกมากขึ้น

      • เปเปอร์มาเช่ นอกจากจะต้องฉีกกระดาษให้ได้จำนวนมาก เพื่อมาแปะให้เป็นรูปต่าง เด็กๆ ก็จะต้องมีสมาธิขณะที่แปะกระดาษ เพื่อให้ได้ภาพหรือรูปทรงที่ต้องการอีกด้วย

ขอขอบคุณภาพประกอบและบทความ : momypedia

 
© Copyright 2001- ภาษาไทย ใช้ได้ดีกับ IE10, Chrome, Firefox 1024x768