BabyZone Fanpage ภาษาไทย
English
   มุมพ่อแม่ /“ครอบครัวอบอุ่น” ภูมิคุ้มกันทางใจ
บทความและสาระน่ารู้



“ครอบครัวอบอุ่น” ภูมิคุ้มกันทางใจ 

                 ครอบครัว ตามความหมายของราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 หมายถึง สถาบันพื้นฐานของสังคมที่ประกอบด้วยสามี ภรรยา และหมายความรวมถึงลูกด้วย แต่สำหรับสังคมบ้านเราแล้วควรรวมเอาปู่ย่า ตายาย ลุงป้า น้าอาเข้าไปด้วย และเพื่อให้เป็นครอบครัวที่สมบูรณ์แบบจริงๆ ครอบครัวนั้นควรเป็น ครอบครัวที่มีความอบอุ่นด้วยนะคะ เพราะครอบครัวที่อบอุ่น รักใคร่ห่วงใยกัน มีความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคนในครอบครัว ย่อมสร้างภูมิคุ้มกันทางใจให้กับลูกน้อยเมื่อเขาโตเป็นผู้ใหญ่ได้ ลองคิดดูสิคะว่า ทุกวันนี้เรามักจะเห็นข่าวเด็กที่เป็นอาชญากรแต่เล็กแต่น้อย และเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เลยทีเดียวที่เด็กพวกนั้นมักมาจากครอบครัวที่แตกแยก หรือครอบครัวมีปัญหาทั้งนั้น ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรให้ความสำคัญกับครอบครัวเสียตั้งแต่ลูกยังเล็กๆ นี่แหละค่ะ เพราะการเรียนรู้ของลูกเกิดขึ้นทุกวันและทุกเวลา ลูกก็จะค่อยๆ ซึมซับความรัก ความหวังดี ความห่วงใยซึ่งกันและกันที่คุณพ่อคุณแม่แสดงออกได้ตั้งแต่เขายังเล็กๆ เลยนะคะ เพียงคุณพ่อคุณแม่สร้างความรักความอบอุ่นในครอบครัวด้วยวิธีดังต่อไปนี้

 

         1. ความรัก และความห่วงใย ก่อนที่จะมาเป็นครอบครัว ความรักย่อมเกิดขึ้นในหัวใจของคนสองคนก่อนนั่นก็คือ สามีและภรรยา แต่พอเวลาผ่านไปเมื่อมีลูกน้อยเพิ่มเข้ามา จากความรักของคนสองคนก็จะกลายเป็นความรักระหว่างคน 3 คนนั่นก็คือ พ่อ แม่และลูก แต่ก็มีไม่น้อยเหมือนกันนะคะ ที่พ่อกับแม่ต่างฝ่ายต่างมอบความรักให้แก่ลูกจนหมด แต่ไม่ได้หมายความว่าหมดรักซึ่งกันและกันแล้ว จริงอยู่ที่ความรักนั้นยังคงอยู่ แต่หากเราไม่แสดงออกมาให้อีกฝ่ายรับรู้เลย แบบนี้ไม่ดีต่อสถาบันครอบครัวอย่างยิ่งนะคะ ดังนั้นเมื่อรักแล้วควรแสดงออกทางกาย ทางวาจาด้วย เช่น บอกรักกันทุกวัน โอบกอด จูบแสดงความห่วงใย ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นการกระชับสายสัมพันธ์ระหว่างพ่อ แม่ ลูกให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น แต่หากคุณพ่อคุณแม่เขินกันและกัน ไม่กล้าแสดงออกแล้วล่ะก็ อย่างน้อยขอให้มีการพูดคุย ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันทุกวันบ้างก็ช่วยได้นะคะ

 

         2. ความไว้วางใจ ครอบครัวอบอุ่นไม่เพียงแค่ต้องการความรักอย่างเดียว แต่ยังต้องการความไว้วางใจ ความซื่อสัตย์ต่อกันและกันด้วย หากครอบครัวไหนที่ขาดความไว้วางใจซึ่งกันและกันแล้ว ความระหองระแหง ความไม่มั่นคงในครอบครัวก็จะเกิดขึ้นตามมาได้

 

         3. เวลา เราคงเคยได้ยินคำพูดที่ว่า เงินคือพระเจ้า กันใช่ไหมคะ แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าเงินกลับกลายเป็น เวลา ค่ะ เวลาธรรมดาๆ ที่ไม่ต้องซื้อหามาให้เปลืองสตางค์นี่แหละค่ะ เพียงแค่คุณเสียสละเวลาของตัวเองวันละ 1- 2 ชั่วโมงเพื่อมอบให้กับครอบครัว โดย 1-2 ชั่วโมงที่ว่านั้นต้องมีการทำกิจกรรมร่วมกันด้วยนะคะ ต้องทำให้เป็นเวลาที่มีค่า เช่น เอาไว้เล่นกับลูก อ่านนิทานให้ลูกฟัง หรือแม้กระทั่งการอบรมสั่งสอนลูก ฯลฯ รับรองค่ะว่าเพียงแค่เวลาอันน้อยนิดนี่แหละค่ะจะเป็นการเพิ่มความอบอุ่นให้กับครอบครัวได้อย่างดี และทางที่ดีที่สุดคุณพ่อคุณแม่ควรกำหนดวันหนึ่งของสัปดาห์ให้เป็นวันของครอบครัว ทำให้กลายเป็นวันพิเศษของครอบครัวประจำสัปดาห์นอกเหนือไปจากวันที่ 14 เมษายนจะดีกว่า (ขอกระซิบบอกนะคะว่า หลายๆ บ้านเขาก็มีวันครอบครัวของเขาเองแล้วนะ) ครอบครัวไหนมีแล้วยกมือขึ้นค่ะ

 

         4. ละเว้นความรุนแรง ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ล้วนพูดคุยกันได้ด้วยเหตุผล โดยที่ไม่จำเป็นต้องลงไม้ลงมือกันเลยล่ะค่ะ ขอเพียงแค่ความเข้าใจ ความรัก และรู้จักยับยั้งอารมณ์เท่านั้นเอง ความรุนแรงไม่เพียงสร้างบาดแผลบนร่างกายเท่านั้น แต่ยังสร้างบาดแผลทางจิตใจให้กับเจ้าตัวเล็กได้อีกด้วยนะคะคุณพ่อคุณแม่ 

 

         5. การให้อภัย ทุกคนล้วนเคยทำผิดพลาด แต่สำหรับคนในครอบครัวแล้ว หากความผิดพลาดนั้นไม่ร้ายแรงเสียจนถึงขั้นคอขาดบาดตายแล้วล่ะก็ การให้อภัยและเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ทำในสิ่งที่ถูกที่ควร รวมทั้งมีโอกาสได้ปรับปรุงตัวนั่นแสดงถึงความมีน้ำใจต่อกัน นอกจากนี้การให้กำลังใจ หรือการปลอบประโลมซึ่งกันและกัน ก็ช่วยทำให้ความรัก ความอบอุ่นหยั่งรากลึกลงไปในจิตใจ และค่อยๆ ถ่ายทอดไปสู่เจ้าตัวเล็กที่กำลังนอนอ้อแอ้อยู่ด้วยนะคะ นี่แหละค่ะ มหัศจรรย์ของความรัก

 

         หากลูกน้อยเติบโตมาในครอบครัวที่อบอุ่น มีความรักใคร่กลมเกลียวกัน ก็เท่ากับคุณได้สร้างภูมิคุ้มกันทางใจให้กับลูกแล้วค่ะ

ขอขอบคุณภาพประกอบและบทความ : sanook

 
© Copyright 2001- ภาษาไทย ใช้ได้ดีกับ IE10, Chrome, Firefox 1024x768