ภาษาไทย
English

เคล็ดลับเลี้ยงลูก... จากคุณแม่มือเก๋า

          หากนับย้อนหลังไปในช่วง 20-30 ปีมานี้ จะเห็นว่าวิธีเลี้ยงลูกเปลี่ยนไป สมัยก่อนครอบครัวไทยเป็นครอบครัวขยาย การเลี้ยงลูกจะสอนโดยเห็นแบบอย่างจากปู่ย่าตายาย เห็นการใช้ชีวิต อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ คุณพ่อคุณแม่สมัยก่อน จะปล่อยให้ลูกใกล้ชิดธรรมชาติ ประดิษฐ์ของเล่นจากธรรมชาติ โดยจะเฝ้าดูอยู่ห่างๆ

 

        

 

          พอมาถึงสมัยนี้ครอบครัวส่วนใหญ่กลายเป็นครอบครัวเดี่ยวมากขึ้น สังคมซับซ้อน มีความน่ากลัวแฝงอยู่มากมาย สังคมโหดร้ายมากขึ้น  การเลี้ยงดูจึงเปลี่ยนไป การเลี้ยงลูกยุคใหม่เน้นดูแลประคบประหงมไม่ให้คลาดสายตา ต้องใช้สติมากกว่าสมัยก่อน หลายบ้านคุณพ่อคุณแม่ต้องไปทำงานไม่มีเวลาดูแลลูกเต็มที่ จึงให้ลูกเล่นอยู่แต่ในบ้าน เลี้ยงลูกด้วยของเล่นแพงๆ ปล่อยให้เล่นเกมส์ ไม่ให้ลูกออกไปเล่นไกลหูไกลตาเพราะกลัวว่าจะอันตราย

          นอกจากนี้หลายคนกลัวว่าการเลี้ยงลูกแบบธรรมชาติว่าจะทำให้ลูกเจ็บป่วย ตรงกันข้าม คนที่เลี้ยงลูกแบบธรรมชาตินี่แหล่ะค่ะ สุขภาพจิตคุณแม่ดี สุขภาพกาย ใจ และสังคมคุณลูกก็ดี จริงๆ แล้ว ร่างกายเด็กจะสร้างภูมิคุ้มกันได้เองตามธรรมชาติ ดังนั้นอะไรที่ดูแล้วไม่สกปรกเกินไป ก็ไม่ต้องห้าม ปล่อยให้เขาคลานตามใจ ปล่อยให้ลูกถอดรองเท้าเดินบ้าง (ถ้ามองแล้วว่าไม่มีเศษแก้ว หรือสิ่งของอันตราย) การทำแบบนี้จะทำให้ร่างกายแข็งแรงด้วย

          คุณแม่มือเก๋าแนะเคล็ดลับไว้ว่า การเลี้ยงลูกควร “ปล่อยให้ธรรมชาติเป็นผู้สอน พ่อแม่เป็นผู้ดูแล”ความหมายว่าเมื่อถึงวัยคลาน คุณแม่อย่ากลัวว่าลูกจะคลานไปหยิบจับนั่นนี่เข้าปาก บางคนถึงขนาดไม่ให้ลูกคลานเพราะกลัวเข่าด้าน ปล่อยให้คลานเถอะค่ะ การคลานจะทำให้ร่างกายช่วงไหล่-อกแข็งแรง ได้คิดแก้ปัญหาด้วยตนเอง การคลานจะเป็นพื้นฐานของการตั้งไข่ ผู้ใหญ่อย่างเราๆ อาจเห็นการคลานเป็นเรื่องธรรมดา แต่สำหรับลูกมันคือประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นที่สุด

          เมื่อลูกหัดเดิน หรือตั้งไข่ อย่ากลัวหรือระวังมากเกินไป เมื่อเริ่มตั้งไข่ได้ นั่นคือธรรมชาติจะกำหนดให้ร่างกายยืดตั้งฉากกับพื้น แรกๆ ก็ยังตั้งฉากไม่ดีนัก เซบ้าง ถลาบ้าง คอยดูไป ลูกจะค่อยๆ พัฒนา ปล่อยให้ลูกเดินไปเองค่ะ อย่าคอยตามจับ กลัวลูกล้ม ปล่อยให้ล้มบ้าง เพราะการล้มจะบอกให้รู้ถึงระดับการทรงตัวว่ายังไม่ดี เวลาที่ลูกล้ม คุณพ่อคุณแม่อย่าตื่นตกอกตกใจ หรือรีบวิ่งไปอุ้ม ถ้าเขาเห็นทีท่าแบบนั้น เขาจะร้องไห้ตกใจ และคิดว่าเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรง ถ้าลูกล้มก็บอกให้ลุกด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา

          เด็กทุกคนฉลาดอยู่แล้วค่ะ โดยเฉพาะเด็กวัยไม่ถึง 3 ขวบ เขาฉลาดกว่าคนเป็นพ่อเป็นแม่อีก เพราะเขามีธรรมชาติคอยสอน โดยที่คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่อาจหลงลืมกันไป จริงๆ แล้ว คุณพ่อคุณแม่รุ่นก่อนก็เลี้ยงเรามาแบบนี้ หัดให้ล้มลุกคลุกคลานอยู่กับธรรมชาติ ถึงได้แข็งแกร่งมาจนทุกวันนี้ ลองดูนะคะวิธีเลี้ยงลูกตามวิถีคนรุ่นก่อนที่เวิร์คตลอดกาล สร้างลูกน้อยให้เป็นเด็กมั่นใจ ภูมิใจในตัวเอง ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมและสังคมได้ง่ายด้วยค่ะ

ขอขอบคุณภาพประกอบและบทความ : mommybear

Week 1-3 : สัปดาห์ที่ 1-3 ของการตั้งครรภ์
เซลล์ไข่เริ่มกลายเป็นตัวอ่อนและเจ...
2013-04-05

การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและจิตใจขณะตั้งครรภ์
การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและจิตใจ...
2013-04-25

พัฒนาการของลูกน้อยช่วงวัย 4-6ปี และของเล่นที่เหมาะสม
พัฒนาการของลูกน้อยช่วงวัย 4-6ปี และข...
2013-07-02

การอาบน้ำเด็กทารกอย่างถูกวิธี
วันนี้เราเลยมีวิธีที่จะทำให้เด็กส...
2013-05-21

Week 5 : สัปดาห์ที่ 5 ของการตั้งครรภ์
สัปดาห์นี้ ควรฝากครรภ์ได้แล้วนะ...
2013-03-29

10 คำชมที่ลูกควรได้ยิน
10 คำชมที่ลูกควรได้ยิน (จากปากเรา)...
2013-06-10

9 วิธีเตรียมพร้อมก่อนตั้งครรภ์
คุณแม่ที่กำลังอยากจะมาบุตรต้องทำอ...
2013-06-28

การเลือกเพลงสำหรับเด็กๆ ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ที่ควรมองข้าม
การเลือกเพลงสำหรับเด็กๆ ไม่ใช่เรื่...
2013-04-05

Week 13 : สัปดาห์ที่ 13 ของการตั้งครรภ์
เต้านมของคุณแม่จะมีขนาดใหญ่ขึ้น, ...
2013-03-29

น้ำอสุจิ..ของเหลวสีขาวขุ่นชวนพิศวง
น้ำอสุจิ..ของเหลวสีขาวขุ่นชวนพิศวง...
2013-04-29