ภาษาไทย
English

 

เสริมทักษะลูกได้อย่างฝัน... เมื่อรู้ทันพัฒนาการเด็ก

     ลูก...โซ่ทองคล้องใจที่เปรียบเสมือนจิ๊กซอชิ้นสำคัญ ที่สามารถต่อภาพครอบครัวให้สมบูรณ์แบบได้  เป็นเทวดาตัวน้อยๆ ของพ่อแม่ทุกคน  ดังนั้น การจะเลี้ยงดูเจ้าตัวน้อยให้เติบโตและมีพัฒนาการที่ดี คุณพ่อคุณแม่ควรจะเตรียมพร้อมอย่างไรบ้าง วันนี้เรามีบทความดีๆ เกี่ยวกับ”พัฒนาการเด็กช่วงขวบปีแรกและการส่งเสริมพัฒนาการ” เพื่อให้ทุกครอบครัวสามารถเตรียมพร้อมเพื่อเจ้าตัวเล็กได้อย่างเหมาะสม

 
     ช่วงขวบปีแรกของชีวิตน้อยๆ เป็นช่วงเวลาที่ลูกมีการเปลี่ยนแปลงพัฒนาการด้านต่างๆ อย่างรวดเร็ว ดังนั้นเพื่อเป็นการส่งเสริมทุกศักยภาพของลูก คุณพ่อและคุณแม่มือใหม่ควรให้ความสนใจพัฒนาการด้านต่างๆ ต่อไปนี้
 
พัฒนาการด้านการเคลื่อนไหว
 
     เป็นพัฒนาการที่สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนมาก แบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ
 
  • การใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่  ทารกแรกเกิดถึง 1 เดือน จะมีพฤติกรรมที่ไม่จำเพาะเจาะจง  เรียนรู้และตอบสนองสิ่งที่อยู่ใกล้ชิด ตาเริ่มมองเห็น หูได้ยินและรับรู้สัมผัสต่างๆ ได้  เมื่ออายุ 2-4 เดือน จะเริ่มควบคุมการเคลื่อนไหวได้มากขึ้น ใช้แขนล่างพยุงตัว ชันคอ และหันศีรษะได้   เมื่ออายุ 6 เดือน  สามารถคว่ำและหงายได้เอง นั่งเองได้ชั่วครู  เมื่อจับยืนน้ำหนักลงที่เท้าทั้ง 2 ข้างได้  หลังจากนั้นเมื่ออายุครบ 9 เดือน ลูกจะเริ่มนั่งได้มั่นคง คลานและเกาะยืนได้  แต่พอครบ 1 ขวบเมื่อไหร่ ก็จะสามารถเกาะเดินและยืนเองได้ชั่วครู่ พัฒนาการอีกขั้นคือลูกจะกางแขนและขาเพื่อช่วยให้ทรงตัวได้
 
  • การใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก  หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตจะพบว่าเด็กแรกเกิดจะกำมือแน่น แต่ต่อมาจะเริ่มกำมือแบบหลวมๆ นี่คือปฏิกิริยาหนึ่งในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก เมื่ออายุได้ 4 เดือนจะเริ่มกางนิ้ว หุบนิ้ว เอามือจับกันตรงกลางได้  พอครบ 6 เดือน จะสามารถเอื้อมหยิบของได้แม่นยำ และเริ่มหยิบของเล็กๆ โดยใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ได้ถนัดเมื่ออายุประมาณ 1 ปี
 

     คุณพ่อคุณแม่สามารถส่งเสริมพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวของลูกได้ด้วยการดูแลเรื่องสุขภาพ และโภชนาการที่เหมาะสม จัดสถานที่เลี้ยงดูให้ลูกน้อยมีอิสระในการเคลื่อนไหว ควรเลือกของเล่นที่มีสีสันแต่ปลอดภัย เพื่อช่วยฝึกฝนทักษะการมองและการหยิบจับ แต่หากถึงวัยที่เหมาะสมกับพัฒนาการด้านต่างๆ แล้วแต่ลูกยังแสดงแค่ปฏิกิริยาสะท้อน แสดงว่าอาจเกิดความผิดปกติของสมอง ควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้การรักษาแต่เนิ่นๆ (early intervention) ซึ่งจะได้ผลดีในช่วงที่สมองอยู่ในระหว่างการเติบโตและมีความยืดหยุ่นสูง

 
 
พัฒนาการด้านการรับรู้และสังคม
 
     ทารกแรกเกิดจะมีพัฒนาการด้านการรับรู้และสังคม เช่น การจ้องมองหน้า มองตามการเคลื่อนไหว  หรือสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงดัง  เมื่ออายุ 2 เดือน จะรู้จักเลียนแบบหน้าตาและทำปากตาม  สนใจฟังเสียงพูดคุย ขยับตัวตามจังหวะได้  เมื่ออายุครบ 4 เดือนจะสนใจคนหรือสิ่งของที่อยู่ไกลตัว มองตามคนคุ้นเคย ส่งเสียงอ้อแอ้ และหันมองหาแหล่งของเสียงได้ถูกต้อง  เมื่ออายุ 6 เดือนจะเริ่มไขว่คว้า สำรวจสิ่งที่อยู่ในมือ แยกแยะคนแปลกหน้าได้ สามารถเข้าใจท่าทางและสำเนียง เช่น หยุดเมื่อถูกห้าม เด็กวัยนี้สามารถกินอาหารกึ่งเหลวที่ป้อนด้วยช้อนได้แล้ว และเริ่มหยิบอาหารกินเอง เล่นจ๊ะเอ๋ ร้องตามแม่ได้เมื่ออายุครบ 9 เดือน พออายุครบ 1 ปี ลูกคุณจะกลายเป็นเจ้าตัวน้อยช่างสำรวจ สามารถเล่นตบมือ โบกมือได้
 
     คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตความสามารถในการรับรู้ของลูกจากการมอง การฟัง การสัมผัสและการตอบสนอง คอยเอาใจใส่ ยิ้มแย้ม พูดคุยกับลูกอย่างอ่อนโยน ร้องเพลง ทำท่าทางให้เลียนแบบและเสริมสร้างทักษะการมอง การสัมผัส ด้วยของเล่นสีสันสดใส
 
พัฒนาการด้านภาษา
 
     สำหรับการส่งเสริมพัฒนาการด้านภาษาในเด็กแรกเกิดถึง 6 เดือน คุณพ่อคุณแม่ควรพูดคุยกับลูกเป็นประจำเพื่อส่งเสริมให้มีพัฒนาการทางภาษาอย่างเหมาะสม น้ำเสียงที่แตกต่างกันจะทำให้เด็กได้เรียนรู้ความหมายของการสื่อสารและความรู้สึกแตกต่างกันไป  แต่เมื่อเด็กอายุ 7 เดือนขึ้นไป ควรสื่อสารด้วยภาษาที่ใช้กับเด็กโตหรือผู้ใหญ่เพิ่มมากขึ้นเพื่อช่วยให้เด็กได้เรียนรู้ภาษาในระยะต่อไปอย่างดี  สอนหรือบอกให้เด็กทำสิ่งต่างๆ อย่างง่ายๆ พร้อมกับมีกิริยาทำท่าประกอบควบคู่กันไป จะช่วยให้เด็กเข้าใจสิ่งที่ต้องการผู้ใหญ่ต้องการสื่อสารได้ง่ายขึ้น รวมถึงต้องคอยสังเกตการตอบสนองของเด็กด้วย

     หรือคุณพ่อคุณแม่อาจจะใช้หนังสือนิทานหรือรูปภาพมาช่วยเสริมสร้างทักษะด้านภาษา ก็จะช่วยเพิ่มคำศัพท์ให้แก่เด็กได้มาก อีกทั้งยังเป็นการปลูกฝังให้เด็กรักการอ่าน อย่างไรก็ตามผู้เลี้ยงไม่ควรตั้งใจสอนให้เด็กอ่านหรือท่องจำหนังสือ หรือตัวเลขมากเกินไป  เพราะการที่เด็กท่องจำได้ตามที่ถูกสอนไม่ได้หมายความว่าเด็กจะมีความสามารถในการอ่านระยะถัดไป ได้ดีกว่าเด็กอื่นในวัยเดียวกัน  ความเข้าใจทางภาษาที่แตกฉาน และสามารถใช้ภาษาพูดได้เป็นอย่างด ีต่างหากที่จะเป็นรากฐานที่สำคัญต่อความรู้ความเข้าใจในการอ่านหรือเขียนมากกว่า และควรเปิดโอกาสให้เด็กหยิบจับหรือหัดเปิดหนังสือเองบ้าง

 
     อย่างไรก็ตามพัฒนาการของเด็กแต่ละคนมีความหลากหลาย อายุที่กล่าวไว้นั้นเป็นเพียงเกณฑ์ที่เด็กส่วนใหญ่ควรทำได้ซึ่งหากไม่เป็นไปตามนี้ก็อาจไม่ได้หมายถึงพัฒนาการที่ล่าช้าแต่อย่างใด ดังนั้นหากผู้ปกครองมีความสงสัยเรื่องพัฒนาการของบุตรหลานควรปรึกษากุมารแพทย์โดยตรง
ขอขอบคุณภาพประกอบและบทความ : vejthani

Week 1-3 : สัปดาห์ที่ 1-3 ของการตั้งครรภ์
เซลล์ไข่เริ่มกลายเป็นตัวอ่อนและเจ...
2013-04-05

การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและจิตใจขณะตั้งครรภ์
การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและจิตใจ...
2013-04-25

พัฒนาการของลูกน้อยช่วงวัย 4-6ปี และของเล่นที่เหมาะสม
พัฒนาการของลูกน้อยช่วงวัย 4-6ปี และข...
2013-07-02

การอาบน้ำเด็กทารกอย่างถูกวิธี
วันนี้เราเลยมีวิธีที่จะทำให้เด็กส...
2013-05-21

Week 5 : สัปดาห์ที่ 5 ของการตั้งครรภ์
สัปดาห์นี้ ควรฝากครรภ์ได้แล้วนะ...
2013-03-29

10 คำชมที่ลูกควรได้ยิน
10 คำชมที่ลูกควรได้ยิน (จากปากเรา)...
2013-06-10

9 วิธีเตรียมพร้อมก่อนตั้งครรภ์
คุณแม่ที่กำลังอยากจะมาบุตรต้องทำอ...
2013-06-28

การเลือกเพลงสำหรับเด็กๆ ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ที่ควรมองข้าม
การเลือกเพลงสำหรับเด็กๆ ไม่ใช่เรื่...
2013-04-05

Week 13 : สัปดาห์ที่ 13 ของการตั้งครรภ์
เต้านมของคุณแม่จะมีขนาดใหญ่ขึ้น, ...
2013-03-29

น้ำอสุจิ..ของเหลวสีขาวขุ่นชวนพิศวง
น้ำอสุจิ..ของเหลวสีขาวขุ่นชวนพิศวง...
2013-04-29