BabyZone Fanpage ภาษาไทย
English
   มุมพ่อแม่ /ภัยเซานา เตือนคนอยากเป็นพ่อไม่ควรเข้าใกล้
บทความและสาระน่ารู้

ภัยเซานา เตือนคนอยากเป็นพ่อไม่ควรเข้าใกล้

 

        ทุกวันนี้มีคู่สามีภรรยามากมายที่อยู่ภายใต้แรงกดดันจากคนรอบข้างที่หวังจะให้พวกเขามีลูกน้อยเป็นโซ่ทองคล้องใจ แต่ทำอย่างไรก็ไม่มีสักที หากคุณเป็นหนึ่งในนั้น ลองถามตัวเองไหมคะว่า คุณ (ผู้ชาย) ชอบการอบเซานาเป็นชีวิตจิตใจหรือเปล่า เพราะวันนี้เรามีงานวิจัยชิ้นใหม่ที่บอกว่า การอบเซานานั้น มีผลทำให้เชื้ออสุจิลดลงได้นั่นเอง
       
       สำหรับผู้ที่ต้องการมีสุขภาพดี การอบซาวน่าอาจเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ แต่สำหรับผู้ชายที่หวังจะได้เป็นพ่อในสักวันหนึ่ง มันอาจทำลายความหวังนั้นๆ ของคุณลงก็ได้ค่ะ เนื่องจากการศึกษาของ The University of Maryland Medical Centre พบว่า การที่ปล่อยให้อุณหภูมิบริเวณถุงอัณฑะเพิ่มขึ้นนั้น ส่งผลต่อความเข้มข้นของเชื้ออสุจิได้ โดยนักวิจัยได้ทดสอบกับผู้ชายอายุประมาณ 30-39 ปีซึ่งทุกคนได้รับการตรวจสอบแล้วว่ามีปริมาณเชื้ออสุจิในระดับปกติ จากนั้นทีมวิจัยได้ส่งพวกเขาเข้าห้องเซานา 2 ครั้งต่อสัปดาห์ นานครั้งละ 15 นาที ติดต่อกันนาน 3 เดือน จากนั้นก็มีการตรวจนับจำนวนเชื้ออสุจิกันอีกครั้ง
       
       
ผลก็คือ นักวิจัยพบว่า ความหนาแน่นของเชื้ออสุจิในผู้ชายกลุ่มนี้ลดลงจากเมื่อ 3 เดือนก่อน แต่เมื่อปล่อยให้ทุกคนกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ ก่อนจะกลับมาวัดผลอีกครั้งในอีก 6 เดือนต่อมาก็พบว่า ปริมาณเชื้ออสุจิกลับมาอยู่ในระดับปกติเท่าเดิมได้เช่นกัน
       
       ดร.แอนดรูว์ แครมเมอร์ นักวิจัยของโครงการนี้ เผยว่า ความร้อนเป็นต้นเหตุของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยทางกายภาพแล้ว การที่ลูกอัณฑะถูกจัดตำแหน่งให้ห้อยต่องแต่งจากร่างกายผู้ชายก็เพื่อรักษาอุณหภูมิไม่ให้มันร้อนจนเกินไป แต่เมื่อผู้ชายเข้าห้องซาวน่า ความร้อนในห้องซาวน่าส่งผลกระทบต่อกระบวนการผลิตสเปิร์มของผู้ชายได้อย่างจัง และสามารถทำให้อุณหภูมิบริเวณถุงอัณฑะเพิ่มขึ้นประมาณ 3 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว

       
       นอกจากนี้ งานวิจัยในอดีตก็เผยด้วยว่า การวางคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก หรืออุปกรณ์ไอทีที่มีความร้อนไว้บริเวณตักก็ส่งผลต่อคุณภาพของสเปิร์มเช่นกัน โดยทำให้พวกมันไม่แข็งแรงพอที่จะว่ายไปยังไข่เพื่อปฏิสนธิ
       
       อย่างไรก็ดี ไม่ใช่แค่เซานา หรืออุปกรณ์ไอทีที่ถูกโทษว่าเป็นต้นเหตุของความอ่อนแอของเชื้ออสุจิในผู้ชายยุคปัจจุบัน เพราะสิ่งที่ถูกมองว่าเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ก็คือวิถีชีวิตของสังคมยุคใหม่ และการบริโภคอาหารที่ไม่ถูกต้องนั่นเอง เพราะงานวิจัยจากสเปนอีกชิ้นหนึ่งซึ่งได้ทำการสำรวจปริมาณเชื้ออสุจิในกลุ่มผู้ชาย รวมถึงในชายหนุ่มวัยรุ่น ก็พบว่า ความหนาแน่นของเชื้ออสุจิลดลงอย่างต่อเนื่อง นั่นส่งผลให้โปรแกรมการรักษาผู้มีบุตรยากได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมากในหลายประเทศ และมีคู่สามีภรรยาหลายคู่ที่ใช้เวลานานหลายปีกว่าจะมีบุตรมาเชยชมสักคนหนึ่ง
       
       ผลเสียที่เกิดขึ้นจากความพยายามที่จะมีลูกแล้วไม่สำเร็จนี้ทำให้สถิติการหย่าร้างในหลายประเทศพุ่งสูง หลายคนแม้จะยังไม่เลิกรากันแต่ก็อยู่ภายใต้ความกดดันอย่างหนัก ซึ่งนับเป็นเรื่องน่าเศร้าทีเดียว
       

 

ขอขอบคุณภาพประกอบและบทความ : ASTVผู้จัดการออนไลน์

 
© Copyright 2001- ภาษาไทย ใช้ได้ดีกับ IE10, Chrome, Firefox 1024x768